ความปลอดภัยทางกายภาพ

HEAT สำหรับนักข่าว (ตอนที่ 7): การปฐมพยาบาล—การติดตามอาการผู้บาดเจ็บและการประเมินขั้นทุติยภูมิ

This post is part 1 of 8 in the series HEAT สำหรับนักข่าว

“การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัยสำหรับนักข่าว” (Hostile Environment Awareness Training หรือ HEAT) เป็นบทความชุดสิบตอนที่พัฒนาขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders หรือ RSF), Silk Road Training และองค์กรพันธมิตรในพื้นที่ บทความตอนที่ 7 นี้อธิบายวิธีประเมินผู้บาดเจ็บขั้นทุติยภูมิ จัดการอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่ ติดตามอาการของผู้บาดเจ็บ และรายงานข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินอย่างชัดเจน

การฝึกอบรมการตระหนักรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย (HEAT) เป็นหลักสูตรฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแบบครอบคลุม ซึ่งครอบคลุมการเตรียมความพร้อมในประเด็นสำคัญสำหรับนักข่าวที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง ทั้งการรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ การทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง การปฐมพยาบาลในสภาพแวดล้อมที่เป็นภัย ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ และความปลอดภัยทางดิจิทัล นักข่าวต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของอาการหลังจากจัดการภาวะเลือดออกฉับพลันที่ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วนและปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจแล้ว การบาดเจ็บอื่น ๆ ที่ไม่ปรากฏชัดในตอนแรกก็ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน

1 – การประเมินขั้นทุติยภูมิและการจัดการอาการบาดเจ็บ

การตรวจร่างกายทั่วทั้งตัวช่วยให้พบอาการบาดเจ็บที่มองไม่เห็นในตอนแรก บาดแผลบางอย่าง โดยเฉพาะภาวะเลือดออกภายใน กระดูกหัก หรือแผลไฟไหม้ที่อยู่ใต้เสื้อผ้า อาจไม่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน การตรวจดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อผู้บาดเจ็บถูกเคลื่อนย้ายมาแล้วหรือหมดสติ

  • ตรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใช้การมอง ฟัง และสัมผัสเพื่อตรวจหาอาการบาดเจ็บที่อยู่ใต้เสื้อผ้า
  • ตัดเสื้อผ้า ใช้กรรไกรฉุกเฉิน (trauma shears) เพื่อเปิดให้เห็นบาดแผลทั้งหมด
  • ติดตามสัญญาณชีพ ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของชีพจรและการหายใจอย่างต่อเนื่อง
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะและคอ รักษาแนวศีรษะและคอให้อยู่ในตำแหน่งเดิม ห้ามเลือด และใช้มือประคองให้อยู่นิ่ง
  • บาดแผลเปิดที่ช่องท้อง อย่าพยายามดันอวัยวะกลับเข้าไป ใช้ผ้าปิดแผลชุบน้ำหมาด ๆ หรือแผ่นพลาสติกคลุมไว้และยึดอย่างหลวม ๆ
  • กระดูกหัก ห้ามเลือดจากภายนอก ประคองแขนหรือขาที่ได้รับบาดเจ็บ และใส่อุปกรณ์ดามหากการอพยพล่าช้า
  • แผลไฟไหม้ ใช้น้ำลดความร้อนเป็นเวลา 10–20 นาที นำสิ่งของที่รัดแน่นออก ปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผลชนิดบาง และเฝ้าระวังภาวะช็อก

2 – Monitoring vital signs

Monitoring helps you track whether the patient’s condition is improving or deteriorating. Certain changes can indicate shock, internal bleeding, or infection.

  • Complexion: Observe colour, temperature, and moisture. Pale, cold, or sweaty skin may indicate shock or medical distress.
  • Heart rate: A normal adult heart rate is 60–80 beats per minute. Count heartbeats for 15 seconds and multiply by four.
  • Breathing rate: A normal rate is 12–20 breaths per minute. Anything below or above could indicate distress.
  • Capillary refill: Press a fingernail or patch of skin until it blanches, then release and observe how quickly colour returns. Normal refill time is under 2 seconds. Delayed return may indicate shock.
  • Monitor dressings and splints. Ensure continued effectiveness and adequate blood circulation.
  • Keep the patient warm. Use blankets, coats, or clothing to maintain body temperature and prevent hypothermia.

3 – การรายงานข้อมูลผู้บาดเจ็บ

การรายงานผู้บาดเจ็บอย่างถูกต้องและกระชับช่วยให้ทีมฉุกเฉินตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในสถานการณ์ที่วุ่นวายหรือมีเสียงดัง ความชัดเจนช่วยประหยัดทั้งเวลาและชีวิต ควรแจ้งตำแหน่งซ้ำหากจำเป็น และอย่าคิดว่าผู้รับสารได้ยินข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรก โดยควรแจ้งข้อมูลต่อไปนี้

  • ตำแหน่ง ใช้เครื่องมือ GPS หรือแอป เช่น what3words เพื่อแจ้งตำแหน่งที่แน่นอน
  • รายละเอียดเหตุการณ์ แจ้งว่าเกิดอะไรขึ้นและยังมีความเสี่ยงใดอยู่หรือไม่
  • หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง แจ้งว่ามีหน่วยงานหรือบุคคลใดอยู่ในที่เกิดเหตุอีกบ้าง
  • จำนวนผู้บาดเจ็บ มีผู้บาดเจ็บหนึ่งคนหรือหลายคน
  • ความรุนแรงของการบาดเจ็บ เช่น มีเลือดออกรุนแรงหรือไม่ ผู้บาดเจ็บหมดสติหรือไม่ และมีสถานะการหายใจอย่างไร

บทความนี้เรียบเรียงจากเนื้อหาของหลักสูตร HEAT ระยะเวลาสามวัน ซึ่งจัดการฝึกอบรมโดย Silk Road Training และจัดขึ้นโดยผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ร่วมกับองค์กรพันธมิตรในพื้นที่

Silk Road Training ให้บริการฝึกอบรม HEAT ทั้งในรูปแบบออนไลน์และในสถานที่จริง โดยผู้ฝึกสอนผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านการฝึกอบรมและการให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยทั่วโลกมากกว่า 20 ปี เพื่อช่วยให้บุคลากรด้านสื่อและนักข่าวแนวหน้ามีทักษะในการรักษาชีวิตเมื่อต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงสูง


← อ่าน ตอนที่ 1: การเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบ
← อ่าน ตอนที่ 2: เทคนิคการรักษาความปลอดภัยขณะรายงานข่าวเหตุการณ์ความไม่สงบ
← อ่าน ตอนที่ 3: การวางแผนล่วงหน้าเมื่อต้องทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง
← อ่าน ตอนที่ 4: การรับมือภัยคุกคามจากการสู้รบในพื้นที่ปฏิบัติงาน
← อ่าน ตอนที่ 5: การปฐมพยาบาล—การประเมินผู้บาดเจ็บและการจัดการภาวะเลือดออกรุนแรง
← อ่าน ตอนที่ 6: การปฐมพยาบาล—การดูแลทางเดินหายใจและการช่วยฟื้นคืนชีพ
→ อ่าน ตอนที่ 8: ความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะและอุบัติเหตุทางถนน
→ อ่าน ตอนที่ 9: อย่าลืมความปลอดภัยทางดิจิทัล
→ อ่าน ตอนที่ 10: แนวทางรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัลทีละขั้นตอน


The Thai translation was made possible with support from the Government of Canada and the Canada Fund for Local Initiatives (CFLI).